"โรโบเวลธ์" ผุดโปรเจกต์ “พี่ได้ออม น้องได้เรียน” ชวนคนไทยลงทุนผ่าน odini ช่วยส่งเด็กขาดโอกาสให้ได้เรียนหนังสือ

Last updated: 2021-07-14  | 

"โรโบเวลธ์" ผุดโปรเจกต์ “พี่ได้ออม น้องได้เรียน” ชวนคนไทยลงทุนผ่าน odini ช่วยส่งเด็กขาดโอกาสให้ได้เรียนหนังสือ

โรโบเวลธ์ กรุ๊ป ผู้นำในการให้บริการด้านการลงทุ นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Wealth Tech ผุดโปรเจกต์เพื่อสังคม ผ่าน odini application ภายใต้คอนเซปต์ “พี่ได้ออม น้องได้เรียน” ที่นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าได้ ออมเงินผ่านการลงทุนในกองทุนรวมแล้ว ยังได้มีส่วนร่ วมในการมอบโอกาสทางการศึกษาให้ กับเด็กที่ ขาดโอกาสในประเทศไทยด้วย



นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท โรโบเวลธ์กรุ๊ป จำกัด เผยว่า โปรเจกต์ “พี่ได้ออม น้องได้เรียน” เกิดขึ้นจากการเห็นถึงปั ญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยทั้ งด้านการศึกษา ด้านรายได้ และด้านความมั่งคั่ง จากประสบการณ์กว่า 20 ปี ในตลาดทุน พบว่าประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำ ด้านความมั่งคั่งในระดับที่สู งเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่มี รายได้ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรี ยบเทียบกับค่าครองชีพ ทำให้มีเงินไม่พอใช้จ่าย ไม่มีเงินเหลือเก็บ ส่งผลให้ความมั่งคั่งไม่ได้เพิ่ มขึ้นตามอายุการทำงานที่เพิ่มขึ้น และเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยมี รายได้เฉลี่ยต่อคนเพียง 20,000 บาทต่อเดือนนั้น (อ้างอิงข้อมูลจากสำนั กงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิ จและสังคมแห่งชาติ) มาจากการที่เขาเหล่านั้นไม่มี โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในช่ วงมัธยม ดังนั้นโอกาสในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่การงานที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง มีเงินเก็บ ก็จะน้อยกว่าคนที่มีวุฒิการศึกษาดี ๆ ทั่วไป จากสถิติของกองทุนเพื่ อความเสมอภาคทางการศึกษา ประเทศไทยมีนักเรียนยากจนและด้ อยโอกาส ประมาณ 2 ล้านคน หรือ  30% จากจำนวนนักเรียนทั้ งหมดในประเทศไทย

โปรเจกต์นี้จึงเกิดขึ้น เพื่อหวังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ไขปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำ ตั้งแต่ต้นเหตุ ส่งเสริมทั้งด้านการศึกษาและความมั่งคั่งไปพร้อมกัน โดยตั้งใจสร้างให้ “พี่ได้ออม น้องได้เรียน” เป็นโปรเจกต์ต่อเนื่ องของโรโบเวลธ์ทุกปี ซึ่งในระยะแรกจะใช้ odini เป็นช่องทางหลักในการทำโปรเจกต์ เนื่องจากมีฐานผู้ใช้งานครอบคลุมทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในโครงการนี้ได้อย่างทั่วถึง

นายชลเดช เผยต่อว่า “พี่ได้ออม น้องได้เรียน” จะถูกแบ่งเป็น 2 เฟสด้วยกัน เฟสแรกเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 30  เม.ย. 2564 โดย odini จะมอบทุนการศึกษาผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์จำนวน 0.20% ของยอดเงินที่ทุกคนลงทุนผ่าน odini (คำนวณจากเงินลงทุนสุทธิของหน่ วยลงทุนที่ได้รับการจัดสรร) และเงินส่วนนี้ไม่ได้หักจากเงินของผู้ลงทุน แต่ odini จะเป็นผู้รับผิดชอบในการสมทบเงิ นตามสัดส่วนดังกล่าว จากนั้น มูลนิธิยุวพัฒน์จะนำเงินไปจั ดสรรและมอบเป็นทุนการศึกษาให้ แก่เด็กขาดโอกาส ระดับชั้นมัธยมศึกษาคนละ 7,000 บาทต่อปี และระดับชั้น ปวช. คนละ 14,000 บาทต่อปี  โดยการคัดเลือกนักเรียนทุนจะคั ดจากฐานะของครอบครัวที่มี ความยากจนเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยให้เด็กเหล่านี้ได้ เรียนต่อจนจบชั้น ม.6 หรือ ปวช.3

ส่วนเฟสที่สองนั้น odini จะ Top Up เงิน 0.20% ให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกมูลนิธิหรือโรงเรียนที่ต้องการมอบเงิ นจำนวนนี้ได้เอง โดยสามารถทำรายการดังกล่าวได้บน odini applicationนอกจากนี้ ระบบจะมีการแสดงหน้าจดหมายขอบคุณจากน้อง ๆ  ที่ได้รับทุนการศึกษาผ่านโปรเจกต์ “พี่ได้ออม น้องได้เรียน”  และลูกค้าจะได้รับใบเสร็จที่ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้ วย ดังนั้น สำหรับทุกคนที่ลงทุนกับ odini แล้ว ผลตอบแทนจะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ แค่เรื่องของเงิน หรืออนาคตของตัวเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้ร่วมกันเปิด “ประตูโอกาส” ให้กับอนาคตของเด็กขาดโอกาสไปพร้อม ๆ กัน



นายชลเดช ปิดท้ายว่า ปี 64 ได้ตั้งเป้ามอบเงินทุนการศึกษารวม 3,000,000 บาท เพื่อสร้างโอกาสด้านการศึกษาให้ กับเยาวชนในประเทศไทย ให้เด็กเหล่านี้ได้เข้าถึงการศึ กษาที่มีคุณภาพ เติบโตมามีหน้าที่การงานและมี รายได้ที่ดี จนสามารถออมเงินและเข้าถึงการลงทุนได้ ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจากลดความเหลื่อมล้ำ ด้านการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ จนท้ายที่สุดปัญหาที่เกี่ยวกับ ความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งจะถูกแก้ไขได้อย่างยั่งยืน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com