"มาสเตอร์การ์ด" ต่อยอดการสู้ภัย COVID-19 ดึง 1 พันล้านคนเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ภายในปี 2025 เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

Last updated: 2020-06-08  | 

"มาสเตอร์การ์ด" ต่อยอดการสู้ภัย COVID-19  ดึง 1 พันล้านคนเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ภายในปี 2025 เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในช่วงวิกฤตนี้ มาสเตอร์การ์ดประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นขององค์กรในเรื่องการเข้าถึงบริการทางการเงินของผู้คนทั่วโลก (Financial Inclusion) โดยให้คำมั่นว่าจะทำให้ผู้คน 1 พันล้านคนและธุรกิจขนาดเล็ก 50 ล้านรายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) หรือการเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกโดยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ ภายในปี 2025 และอีกส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นนี้ มาสเตอร์การ์ดจะมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือนักธุรกิจหญิง 25 ล้านคนแก้ไขปัญหาในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

ผลกระทบจากโควิด-19 ได้ทำให้การสนับสนุนการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (Inclusive Growth) เป็นปัญหาเร่งด่วนกว่าที่เคย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากประชากรโลกราว 60% อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้และเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีการเติบโตเร็วที่สุดในโลกอีกด้วย[1] ข้อมูลจากธนาคารโลกในช่วงเดือนเมษายนระบุว่า ประชากรราว 24 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออกจะหลุดพ้นจากความยากจนในปีนี้หากไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19[2]

“หากเราต้องการที่จะฟื้นตัวจากสถานการณ์นี้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เราต้องมั่นใจว่าทุกคนถูกรวมอยู่ในกระบวนการฟื้นฟู การทำให้ผู้คนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ” นายอาเจย์ บังกา ประธานและซีอีโอของมาสเตอร์การ์ด กล่าว “การทำให้ผู้คนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนับว่าเป็นการกระทำที่มากกว่าความรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นี่ถือเป็นโอกาสที่องค์กรจะได้ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการสร้างจุดเปลี่ยนทางสังคมที่ยิ่งใหญ่และทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และเป็นการดำเนินงานที่จะช่วยให้ผู้คนในสังคมเติบโตไปด้วยกัน”

“ผลกระทบจากโควิด-19 ได้ทำให้เห็นถึงความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลมากกว่าที่เคยเป็นมา และเนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคมได้กลายเป็นความปกติรูปแบบใหม่ไปแล้ว เราต้องมั่นใจว่าทุกคนในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก สามารถทำธุรกรรมการเงินแบบดิจิทัลได้ เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถประคับประครองตัวให้ผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้ เพราะสัดส่วนของเอสเอ็มอีคิดเป็น 99.7% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมดในไทยและทำให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 10 ล้านคน[3] การขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินและเทคโนโลยีดิจิทัลสู่คนกลุ่มนี้จึงสำคัญอย่างมาก” นางสาวไอลีน ชูว ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ มาสเตอร์การ์ด กล่าว

ความมุ่งมั่นครั้งใหม่นี้เป็นการต่อยอดคำมั่นสัญญาของมาสเตอร์การ์ดที่ประกาศไว้เมื่อปี 2015[4] ที่จะนำประชากรกว่า 500 ล้านคนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งตั้งอยู่บนความพยายามขององค์กรที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้คนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ทั้งทางด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจ

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มาสเตอร์การ์ดสามารถทำตามคำมั่นสัญญาแรกได้สำเร็จ ได้นำประชากร 500 ล้านคนเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลผ่านโครงการกว่า 350 โครงการใน 80 ประเทศทั่วโลก

โครงการที่มาสเตอร์การ์ดได้จัดตั้งขึ้น ได้แก่:

ประเทศอินเดียและอินโดนีเซีย

มาสเตอร์การ์ดได้นำเสนอแพลตฟอร์มที่มีชื่อว่า Micro Credit ทำให้เจ้าของร้านค้าขนาดเล็กที่เมื่อก่อนไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน สามารถสร้างเครดิตให้กับตัวเองได้ และเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับเจ้าของร้านค้าในการใช้เครดิตของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มาสเตอร์การ์ดได้ร่วมมือกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรจัดอบรมทักษะทางการเงินและด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับเจ้าของร้านค้าเหล่านี้ ในประเทศอินโดนีเซียโครงการนี้ได้เริ่มขยายตัวโดยมีเป้าหมายดึง 1 หมื่นร้านค้าเข้าร่วมโครงการภายในกลางปี 2020

ประเทศบังกลาเทศและกัมพูชา

มาสเตอร์การ์ดได้ร่วมมือกับธุรกิจในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเพื่อพัฒนาระบบซัพพลายเชนให้เป็นรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น ด้วยการจ่ายเงินเดือนพนักงานผ่านระบบดิจิทัลควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและเทคโนโลยีผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีชื่อว่า Digital Wages Toolkit ซึ่งได้ทดลองใช้แล้วกับแรงงานหญิง 1 หมื่นคนในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในประเทศบังกลาเทศ ก่อนนำไปปรับใช้กับประเทศกัมพูชา

ประเทศอินโดนีเซีย

มาสเตอร์การ์ดเปิดตัว Mastercard Academy 2.0 โครงการเสริมสร้างทักษะแห่งแรกขององค์กรที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความรู้ที่จำเป็นด้านเทคโนโลยีแก่ประชากรหลากหลายกลุ่ม โดยภายในปี 2022 โครงการนี้จะมีทักษะที่นักเรียน ผู้ใหญ่ เจ้าของธุรกิจ ตลอดจนบุคลากรที่อยู่ในช่วงกลางของอาชีพการทำงาน สามารถนำไปใช้เพื่อขวนขวายและทำให้ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศอินโดนีเซียสู่ยุคดิจิทัลได้

ประเทศเวียดนาม

มาสเตอร์การ์ดทำงานร่วมกับองค์การแคร์นานาชาติ (CARE International) เพื่อช่วยให้ธนาคารและธุรกิจฟินเทคสามารถมอบบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้หญิงแต่ละราย เพื่อให้พวกเธอสามารถเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและช่วยผลักดันให้ธุรกิจที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเป้าหมายของความร่วมมือนี้คือการสร้างนักธุรกิจหญิงชาวเวียดนามอย่างน้อย 1 ล้านคน

การจะทำให้ 1 พันล้านคนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้จำเป็นต้องใช้ความพยายามหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาระบบการชำระเงินของรัฐบาล การปรับให้การจ่ายเงินเดือนพนักงานในภาคเอกชนเป็นรูปแบบดิจิทัล การร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ การจัดหาเครื่องมือด้านการเงินให้กับลูกจ้างอิสระ การช่วยขยายกิจการของธุรกิจฟินเทค ตลอดจนการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล กระเป๋าเงินดิจิทัล แอปพลิเคชันและโซลูชันด้านการเงินที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ความมุ่งมั่นของมาสเตอร์การ์ดครั้งใหม่นี้ต่อยอดมาจากความตั้งใจที่จะสนับสนุนการฟื้นฟูสังคมให้ทั่วถึงผ่านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญและการเข้าถึงประชากรหลายระดับ สิ่งที่มาสเตอร์การ์ดได้เริ่มดำเนินงานแล้วมีดังต่อไปนี้:

·       ในช่วงแรกๆ ที่เกิดการระบาดไปทั่วโลก มาสเตอร์การ์ด มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ และเวลคัม ทรัส ได้ร่วมบริจาคเงินทุนราว 3.9 พันล้านบาท (125 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เร่งจัดตั้งโครงการ ‘COVID-19 Therapeutics Accelerator’ เพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 ซึ่งทำให้มีผู้สนใจร่วมบริจาคในเวลาต่อมา เช่น หน่วยงานการกุศล Chan Zuckerberg Initiative รัฐบาลอังกฤษ บริษัทยาอย่างโนวาร์ติสและนักร้องดังอย่างมาดอนนา โดยทุกฝ่ายต่างร่วมมือกันเพื่อเร่งรับมือกับโรคโควิด-19 ผ่านการวิจัย พัฒนาและขยายผลการรักษาเพื่อให้สามารถใช้ได้ทั่วโลก

·       มาสเตอร์การ์ดตั้งใจจะลงทุนกว่า 8 พันล้านบาท (250 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพื่อสนับสนุนกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกา อินเดียและประเทศอื่นๆ ในด้านเทคโนโลยี การเงิน ผลิตภัณฑ์และบริการในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อเสริมกำลังให้กับธุรกิจและสร้างความมั่นคงด้านการเงินให้กับพนักงาน

·    จนถึงปัจจุบัน มาสเตอร์การ์ดได้มอบเครื่องมือและทรัพยากรที่จำเป็นในการขยายธุรกิจให้กับนักธุรกิจหญิงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแล้วกว่า 2.2 ล้านคน

·       มาสเตอร์การ์ดได้ให้ความรู้และเสริมทักษะทางการเงินแก่ผู้หญิงเกือบ 200,000 คนผ่านโครงการมากมายในบังกลาเทศ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เนปาล ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และเวียดนาม

·      ในประเทศอินเดีย มาสเตอร์การ์ดได้ร่วมมือกับมูลนิธิแมนน์เดซี (Mann Deshi Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรท้องถิ่นที่ไม่หวังผลกำไร ก่อตั้งหอการค้าที่มุ่งช่วยเหลือนักธุรกิจหญิงในชุมชนด้านบริการทางการเงินแห่งแรกในประเทศ ให้คำแนะนำ เสริมทักษะและมอบโอกาสทางธุรกิจ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมกว่า 10,000 รายเติบโต

·       เครือข่ายชาวไร่ของมาสเตอร์การ์ด หรือ Mastercard Farmers Network คือแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยให้เกษตรกรในประเทศอินเดียและภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกสามารถซื้อขายและชำระค่าสินค้าเกษตรผ่านโทรศัพท์มือถือได้โดยไม่ต้องไปตลาด ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรหญิงที่ต้องดูแลงานบ้านทำให้ทิ้งไร่นาหรือสวนไปไม่ได้เป็นอย่างมาก เพราะพวกเธอยังสามารถค้าขายสินค้าได้อยู่ ทั้งยังผ่านช่องทางการชำระเงินที่ปลอดภัยด้วยระบบดิจิทัล ซึ่งทำให้ราคาสินค้ามีความโปร่งใสและสามารถค้าขายกับผู้ซื้อได้โดยตรง นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังสามารถใช้เป็นบันทึกทางการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายได้อีกด้วย เป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงเงินกู้และบริการทางการเงินอื่นๆ

·    ในประเทศอินเดีย เร็วๆ นี้ มาสเตอร์การ์ดจะเปิดตัวอีกหนึ่งโครงการเพื่อผลักดันความสำเร็จของผู้ประกอบการ โดยเพิ่มการเข้าถึงตลาดค้าขายให้แก่เกษตรกร พร้อมปลดล็อคศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของผู้หญิง

บทบรรณาธิการ:

มาสเตอร์การ์ดได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากหลายภาคส่วนเพื่อเข้าถึงประชากร 500 ล้านคนที่ก่อนหน้านี้อยู่นอกระบบเศรษฐกิจดิจิทัล สิ่งที่พันธมิตรได้กล่าวไว้คือ:

เคลาส์ ชวาบ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของสภาเศรษฐกิจโลก

“การทำให้ผู้คนและธุรกิจขนาดเล็กสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิทัลได้ จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันและความร่วมมือที่แปลกใหม่จากหลายภาคส่วนและหลายภูมิภาคทั่วโลก เมื่อบริษัทอย่างมาสเตอร์การ์ดขยายความมุ่งมั่นในการทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน สังคมจำต้องปรับตัวตามความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนไป”

วิปิน ชาร์มา ประธานกรรมการบริหาร แอคเซส ดีเวลลอปเมนต์ เซอร์วิส ประเทศอินเดีย

“ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมคือพื้นฐานของการว่าจ้างงานและความเจริญในประเทศอินเดีย การช่วยเหลือให้ธุรกิจเหล่านี้ทันสมัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจแบบองค์รวมของอินเดีย ก้าวแรกที่สำคัญคือการสนับสนุนด้านความรู้และทักษะทางเทคโนโลยีดิจิทัลและการเงินแก่ผู้ประกอบการเหล่านี้ รวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ตรงต่อความต้องการของธุรกิจนั้นๆ การสนับสนุนดังกล่าวถือว่าเป็นภารกิจใหญ่และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก มีเพียงการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล ผู้คนในสังคมและภาคเอกชนเท่านั้นที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จ”

อะเด โซกาดิส กรรมการบริหาร เมอร์ซี คอร์ปส ประเทศอินโดนีเซีย

“ปัจจุบัน ความท้าทายที่เรากำลังเผชิญจากโควิด-19 ทำให้ความจำเป็นในการทำให้ธุรกิจกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจสำคัญกว่าที่เคย การเข้าไม่ถึงเงินฝากและไม่มีทั้งข้อมูลเครดิตและประกันภัยธุรกิจจะทำให้ธุรกิจขนาดเล็กมีความเสี่ยงต่อภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจ ตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศอินโดนีเซียที่กำลังเติบโตให้ความสำคัญต่อความจำเป็นในการทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อมสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน เป็นก้าวแรกในการปลดล็อคประโยชน์ของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มประสิทธิภาพ”

เช็ดน่า ซินฮา ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ธนาคารแมนน์เดซีและมูลนิธิแมนน์เดซี

“ผู้ประกอบการหญิงเป็นสมบัติล้ำค่า พวกเธอเป็นผู้นำธุรกิจของตัวเอง สร้างงานให้กับชุมชน พวกเธอดูแลเอาใจใส่ครอบครัว ทั้งสอนลูกและเลี้ยงดูพ่อแม่ที่สูงอายุ พวกเรารู้ว่าการเข้าถึงบริการทางการเงินและการเป็นที่ยอมรับทำให้ธุรกิจเติบโต สร้างงานและสังคมที่มีความยืดหยุ่น ด้วยการทำให้ผู้ประกอบการหญิงเข้าถึงบริการทางการเงิน เรากำลังเข้าใกล้ความเจริญร่วมกัน”

เกี่ยวกับมาสเตอร์การ์ด

มาสเตอร์การ์ด เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกด้านการชำระเงิน เป้าหมายของเราคือการเชื่อมต่อและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้ครอบคลุมและเป็นประโยชน์แก่คนทุกคนในทุกพื้นที่ โดยการทำให้ธุรกรรมการเงินเป็นเรื่องปลอดภัย สะดวก และเข้าถึงได้ ด้วยข้อมูลที่ปลอดภัยและเครือข่ายพันธมิตร ทำให้เรามีนวัตกรรมและโซลูชั่นต่างๆ ที่สามารถช่วยบุคคลทั่วไป สถาบันการเงิน รัฐบาล และธุรกิจให้ตระหนักถึงศักยภาพของตัวเอง การทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อคนในองค์กร คือวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนทั้งภายในและภายนอกองค์กรของเรา ด้วยเครือข่ายในกว่า 210 ประเทศและพื้นที่ เราได้สร้างโลกที่ยั่งยืนและปลดล็อคความเป็นไปได้ในหลายๆ ด้าน

Powered by MakeWebEasy.com